ความทรงจำ......

posted on 03 Aug 2010 22:33 by bigpal
มีบางเวลาที่อยากเป็นคนที่ลืมความเจ็บปวดได้
 
(จั่วหัวแบบนี้ดราม่าแน่ๆ ^^ ถูกครับ!!! เฉลยเลยไม่ต้องเดา เอิ๊กๆ)
 
 
เอ้าๆๆๆ ว่ากันต่อ ...
 
 
 
เพราะความเจ็บนั้นมันช่างทรมาณสิ้นดี
 
แต่ในใจลึกกลับคิดว่า "คิดดีแล้วหรอที่จะลืมความเจ็บปวดนั้นไป"
 
 
 
 
ความเจ็บปวดหรือความทุกข์ที่มารบกวนจิตใจเรานั้น
 
หากมองเผินๆ มันน่ารำคาญใจที่สุด
 
แต่นั่นมันเป็นสัมผัสแรกที่เรารู้จักมัน
 
สิ่งใดที่เป็นสิ่งแรกๆ ที่เราพบที่เราเพิ่งเจอเพิ่งสัมผัส
 
มันจะกระทบเรารุนแรง มีผลต่อเรารุนแรงเหมือนกันหมด
 
 ไม่ว่าจะเป็นความถูกใจ ก็ได้ทำให้เรารู้สึกดีถึงที่สุด
 
แต่ตรงกันข้ามหากเป็นสิ่งไม่ถูกใจ เราก็จะรู้สึกหดหู่อย่างที่สุดเหมือนกัน
 
 
 
 
 
ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ไม่มีใคร เรื่องอะไร ที่ไหน อย่างไร ถูกใจเราหมดทุกอย่างหรอ
 
มันต้องมีใครสักคน เรื่องสักเรื่อง สถานที่บางแห่ง ไม่ถูกใจเราบ้าง
 
ล้วนเป็นเรื่องปกติ
 
 
 
 
 
เช่นเดียวกันการ จดจำ ในเซลิเบลั่มกลวงๆ ของเราทุกคน
 
มันก็เป็นเรื่องปกติของมัน เราห้ามไม่ให้มันจำไม่ได้ถ้าเราเป็นคนปกติ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
คุณย่าของผมเป็นโรคอัลไซเมอร์
 
 
 
ท่านเลี้ยงดูผมมาตั้งแต่แบเบาะ
 
ผมยังจำได้นะ เพลงเจ้านกกาเหว่าเอย... ไข่ไว้ให้แม่กาฟัก
 
รักวัวให้ผูกรักลูก(หลาน)ให้ตี ผมยังจำก้านมะยมเจ็บๆแสบๆคันๆได้ดี
 
ย่าผมนับถือคริสต์เตียนครับ
 
แต่นึกๆดูท่านให้ผมสวดมนต์ก่อนนอน สวดนำผมซะด้วยสิ
 
(ตอนเด็กๆนอนในมุ้งกับย่าครับ)
 
 
 
เวลาล่วงเลยถึงมัธยมที่ 2 กีต้าร์โปร่งตัวแรกในชีวิตผมคุณย่าออกสตางค์ให้
 
ผมไปซื้อมาแล้วเอามาอวดย่า คุณย่าบอก "จะเข้ตัวนี้สวยดีนะ" ^^ 
 
หัดเล่นเก่งๆ แล้วมาดีดให้ย่าฟังบ้างหล่ะ
 
 
 
 ท่านสุขภาพแข็งแรง นานๆทีจะไปให้หมอตรวจสักครั้ง
 
พอผมเริ่มเข้ามัธยมปลาย ผมย้ายบ้าน...ไปอยู่ไกลกว่าที่เคย
 
เวลาไปเยี่ยมคุณย่าน้อยลงเดือนละ 3-4 ครั้ง แล้วแต่โอกาสจะอำนวยให้
 
 
 
 
 
 
มีอยู่อาทิตย์นึง ครอบครัวไปเยี่ยมคุณย่ากันตามปกติ
 
 
 
 
 
"มาหาใครหรอไอ้หนู"
 
 
 
 
คำแรกที่คุณย่าทักผม
 
ในใจผมรู้สึกกังวลอย่างบอกไม่ถูก เกิดอะไรขึ้นกับคุณย่า
 
ลุงกับป้าบอกกับพ่อผมว่าต้องค่อยๆบอกค่อยๆเล่าเรื่องต่าง
 
สักพักท่านก็จะนึกขึ้นได้ (แต่ต้องเล่าทุกครั้งที่ไปเยี่ยมนะ)
 
พ่อผมต้องรับบทเป็นผู้กำกับหนัง
 
บอกชื่อ บอกตำแหน่ง ไล่เรียงตั้งแต่ตัวพ่อผม แม่ผม ผม และน้องชาย
 
แล้วคุณย่าจะค่อยๆนึกออก ....
 
คุณย่าผมคุยสนุกครับ ตอนจะกลับ
 
บอกกับย่าว่า "อีกสองสามวันจะมาใหม่นะครับ"
 
"สองสามวันนี่รวมๆกันคือห้าวันใช่ม่ะ" ย่าผมตบมุกซะงั้น ^^
 
 
 
 
 
 
 
7 พฤศจิกายน 2547
 
คุณย่าจากไปอย่างสงบด้วยวัย 92 ปี

 
 
 
 
 
 
 
ผมว่าความทรงจำมีไว้ก็ไม่เสียหายอะไรนะ
 
 
 
 
บางครั้งถึงมันเจ็บปวดแต่มันก็เป็นบทเรียนที่ควรจดจำไม่ใช่หรือ
 
 
 
 
บางครั้งคุณย่าผมก็รำคาญใจเหมือนกันที่จำอะไรไม่ได้ (หลังจากที่พ่อเป็นผู้กำกับบทแล้ว)
 
ผมก็ไม่รู้ว่าโรคอัลไซเมอร์จะติดต่อทางพันธุกรรมหรือเปล่า (เคยได้ยินว่าไม่ติดต่อนะ)
 
แต่ตอนนี้พ่อผมเริ่มก็ย้ำคิดย้ำทำ หลงๆ ลืมๆ เหมือนกัน
 
 
 
 
 
 
 อยากจะบอกถึงคนที่กำลังท้อแท้ รู้สึกย่ำแย่กับความทรงจำอันขมขื่น
 
อยากลืมไปซะทุกสิ่งในระยะเวลาอันสั้น
 
ขอให้คุณผ่านเวลาอันแสนเศร้าเหล่านั้นไปให้ได้
 
เก็บสิ่งเหล่านั้นไว้ ตอกตะปูไว้เลยก็ได้
 
 
แล้วสักวันหนึ่ง
 
มันก็จะเลือนหายไปเอง...
 
 
 
 
 
 

แด่คุณย่าของผมครับ .....
 
 
วันที่ย่าจากไป พิธีฝังที่สุสาน
ผมเสียน้ำตาให้ความทรงจำลึกๆของผม
ที่เรียกเสียงของคุณย่าที่ร้องเพลงนกกาเหว่ากล่อมผมนอน
แผ่วเบาแต่ผมรู้สึกได้ว่ามันชัดเจนมากในสมองของผม......... 
 
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

fiothiel, ปิยะ99 : ขอบคุณครับ
และขอให้มีความทรงจำที่ดีๆๆๆๆๆ กันทั่วหน้านะครับ ^^

#3 By Bigp@L on 2010-08-05 00:42

ซึ่งจริงๆน้ำตาจะไหล
เมื่อวานเห็นฝรั่งออกทีวี พูดผมรักพ่อ
เจ๊ร้องไห้แงงง Hot! Hot!

#2 By ปิยะ99 on 2010-08-04 17:41

ความทรงจำที่ดีบางครั้งก็คู่ควรกับการจดจำ^^

เรื่องราวคุณย่าน่ารักมากเลยค่ะ^^

โรคอัลไซเมอร์นี่...เป็นอะไรที่สะกิดใจต่อคนใกล้ชิดจริงๆ เลยนะคะ

#1 By fiothiel on 2010-08-04 17:27