รุมเร้า...

posted on 25 Aug 2010 10:17 by bigpal
โดยส่วนตัวผมเป็นคนขี้หลี (เอ้ย .. ) ขี้โรคครับ
 
ยิ่งตอนประถม ยิ่งแล้วใหญ่เลย ยืนๆ อยู่หลับซะงั้น (เป็นลม) 
 
ล้มไปข้างๆ นึกว่าไม่เป็นอะไรมาก มึนๆๆๆๆๆๆ ไม่รู้เรื่อง 
 
ลืมตาอีกทีอยู่โรงพยาบาล หัวแตก 
 
ไรฟร่ะ ตอนล้มภาพสุดท้ายจำได้ว่ายืนเข้าแถวอยู่ข้างๆเพื่อนนี่หว่า 
 
ล้มไปทางมันซะด้วย ไปถามเพื่อน 
 
มันตอบ "นึกว่ามึงแกล้งกุ กุเลยผลักมรึงไปอีกทาง ไม่นึกว่ามรึงจะร่วง"
 
โห่ ไอ้คุณเพื่อน ไอ้หักหอก รักกุจริงๆ 
 
 
 
ย้อนกลับไปตอนอนุบาล (ขอบคุณไทม์แมชชีนแห่งศตรวรรษที่ 2_ ไม่ใช่แระ!!) 
 
อนุบาลหนึ่งเรียนโรงเรียนเอกชน (อุ๋ยต๊าย!!!! เด็กหรู) เป็นห้องแอร์ตลอดเวลา
 
ไปกลับก็รถตู้ของโรงเรียน แน่นอนอยู่แต่ในห้องแอร์ทั้งฝุ่นทั้งอะไรต่อมิอะไร
 
แล้วแอร์สมัยก่อนมันสุโค่ย ยังไม่มีระบบอินวอร์เตอร์ตรวจจับตุ๊ดแต๊วเหมือนสมัยนี้หรอก
 
และแล้วภูมิแพ้ก็ถามหา แถมด้วยโรคหอบ (เหนื่อยง่าย) หลอดลมตีบตัน 
 
สุดท้ายก็ย้ายบ้านย้ายโรงเรียนมาเจอไอ้เพื่อนแบบข้างบนนี่แหละ 
 
ใครๆ ก็รู้ไอ้ตัวเนี้ยพอเข้าแถวนานๆ ต้องหันมาดูว่ามันง่วงหรือยัง (ออกอาการประมาณปากซีดๆ)
 
ใจผมมันสู้อยู่แล้ว แต่บางทีก็เกรงใจเพื่อนๆ คุณครูทุกคน (ก็เอะอะร่วง เอะอะร่วง เป็นว่าเล่น)
 
ผมก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรเหมือนกัน ช่วงนั้นพ่อกับแม่ก็เลย แอนตี้แอร์กันไป
 
เช่าบ้านไม้ โปร่งๆ สบายๆ ไม่วายดันมีตุ๊กตาหมีตัวใหญ่มาอยู่หัวเตียง
 
(จำความได้ประมาณว่าส่งชิงโชคนมตราหมีได้มา) กว่าจะรู้ตัวภูมิแพ้กินไปอีกสัปดาห์
 
ตอนนี้ต้องพึงระวังจนแบบจะระแวงไปซะหมดทุกอย่าง
 
เกสรพวงมาลัยดอกไม้ (ไม่ใช่พวงมาลัยรถนะ ) ควันบุหรี่ (ก็เลยเป็นคนไม่ดูดไปโดยปริยาย ^^)
 
ควัีนธูป ควันรถ ฝุ่นฟุ้งๆ ฝูงมด .................
 
ฝูงมด  ..........
 
 
ฝูงมด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
 
ทำไมหล่ะ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ทั้งที่มันไม่ได้มากัด แค่มันเดินมากันเป็นฝูงๆ (ใหญ่ๆ แบบแตกรัง)
 
ตอนอยู่บ้านไม้ มันทำรังในห้องน้ำตรงเปลือกไม้ผุๆ พอน้ำกระเด็นไปโดนก็แบกไข่วิ่งกันวุ่นวาย
 
ทำไมไม่ไปทำรังที่อื่นฟร่ะ ไม่เข้าใจตรรกะพวกมรึงจริงๆ
 
ช่วงจังหว่ะนั้นแหละ คันจมูกเฉยเลย   เสร็จก็จามๆๆๆๆๆ ไม่มีสาเหตุ
 
ซึ่งยังงงอยู่จวบจนทุกวันนี้ ไม่กล้าถามใครว่าเป็นกันบ้างมั้ย กลัวตัวเองจะเป็นโรคจิตอยู่คนเดียว (บ้าไปแว้ว)
 
 
 
ไม่ใช่ผมไม่พยายามจะห่างไกลโรคจากการออกกำลังกายนะ
 
ออกวิ่ง ......... อืมเป็นความคิดที่ดี ไม่เสียตังค์ซะด้วย (แฮ่ม)
 
ลุยเลย.............................. ไปได้สองนาที เริ่มจุก (เวร) จุกแบบมีคนมาต่อย
 
วิ่งปุ๊ป สะเทือน สะเทือนปั๊บ ก็จุก จุกก็ไปต่อไม่ได้ หอบแดรกซ้ำอีก กรรมแท้
 
 
เตะบอล ก็ต้องมีวิ่งอีก เหยาะๆแหยะๆ ก็เลยทำหน้าที่กองหลัง เคลียร์บอลอย่างเดียว
 
 
ตีแบต ก็โอเคนะ ตีกับพ่อ ได้ปีนึงพ่อเริ่มไม่ไหว (ปวดขาทุกครั้ง ก็น้ำหนักพ่อเยอะนี่หน่า ไม่อยาก
 
ให้พ่อเหนื่อยมาก ไม่เอาดีกว่าอายุก็ไม่ใช่น้อยๆ ) เพื่อนฝูงก็ธุระเยอะ แฟนเฟินก็ไม่มี จะไปตีกะใครหล่ะทีนี้
 
เอาเป็นนานๆ ทีละกันก็ไหวอยู่
 
 
คิดในใจ "กรูจะทำอะไรดีน้อ เล่นกีต้าร์ก็ไม่ได้ออกแรงอะไรเลย ไม่ไหวๆ"
 
 
...........................
 
..............................................
 
 
"ทำไมไม่ลองตีกลองดูหล่ะ อาจเป็นการออกกำลังทีดีก็ได้นะ" (เสียงมาจากไหนฟ่ะ)
 
เอาก็เอาลุย ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นหันมาจริงจังกับทางดนตรีดูสักครั้ง
 
ตอนแรกเริ่มก็เหิมมันมากไปหน่อย (ลืมบอกไปอาการ"ร่วง" นี่พอขึ้นมัธยมก็ไม่เป็นอีกเลย
 
มันคงมีความต้านทานขึ้นมาบ้าง) แต่ช่วงนึงซ้อมหนักมาก ประมาณจะขึ้นประกวดทางโรงเรียน
 
จัดกันเองนั่นแหละ พอดีเพื่อนเป็นคณะกรรมการ น.ร. ยังไงก็ได้ขึ้นอยู่แล้ว เพิ่งเริ่มตีกลองด้วย
 
ไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่ก็เลยซ้อมหนัก ไปห้องซ้อมทุกวัน ป่วยก็ฝืนไป
 
กะลุยเต็มกำลัง ส่งท้ายปีสุดท้ายแล้ว (ถึงจะเส้นก็เหอะ อยากทำให้มันดีอ่ะ ^^)
 
ก่อนวันเล่นเลยร่วง ระหว่างนั่งรถเมลล์กลับบ้าน ยืนโหนอยู่เลยได้นั่ง พร้อมเซียงเพียวอิ้วฟรีกลับบ้าน 555+
 
สรุปก็ไม่ได้เล่นอยู่ดี ไข้ขึ้น ลุกไม่ไหว ซวยไป พาเพื่อนไม่ได้เล่นไปด้วย 
 
 
 
 
เชื่อหรือไม่ก็ได้ครับแต่จริง ....
 
ตั้งแต่เล่นดนตรีมาไม่เคยเข้ารอบการประกวดเลยสักครั้ง
 
เพลงที่ทำเองก็ยังไม่เคยได้อัดจริงๆจังๆ (มือเบสกลายเป็นมนุษย์เงินเดือนเต็มขั้น
 
ผ่อนแฟน 1 คน ผ่อนรถ 1 คัน ไม่มีเวลามาเล่นด้วยกันแล้ว)
 
แต่ถึงเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก็ได้เคยเล่นผับที่มีแต่นักท่องเที่ยวทั้งที่พูดอังกฤษไม่ได้ซักคำ (ก็ดีที่ไม่ต้องพูด)
 
มีตังค์พอซื้อหาอุปกรณ์การหากินครบ (ซักที) เมื่อก่อนก็ยืมคนโน้นทีคนนี้ที
 
ถึงจะมีงานประจำทำ ก็มีงานดนตรีเข้ามาเอี่ยวในชีวิตอยู่เรื่อยๆ  
 
 
 
ก็อย่างว่าแหละ อะไรที่ตึงไปมันก็จะขาดเอาง่ายๆ อะไรที่หย่อนไปฟังก็ไม่ได้ความ
 

 
ทางสายกลางที่พอดีๆ สำหรับตัวเรายังมี อยู่ที่ว่าจะหาเจอหรือไม่ก็เท่านั้นเอง.....
 
 
 
 
 
ขอบคุณที่สละเวลาเข้ามาอ่านกันนะครับ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

@fiothiel รักษาสุขภาพเช่นกันนะครับ

ขอบคุณครับ (เข้าไปอ่านในบล็อคคุณเห็นว่าทำงานเกี่ยวกับขุดเจาะน้ำมัน เพื่อนผมก็ทำอยู่แต่ไม่รู้ที่เดียวกันรึปล่าวนะ ^^)

#4 By Bigp@L on 2010-09-14 14:36

เข้าใจหัวอกคนขี้โรคเหมือนกันค่ะ

สุดท้ายก็ต้องรักษาสุขภาพล่ะเน้อ^^

#3 By fiothiel on 2010-09-13 19:45

อากาศเย็นก็โดนไม่ได้เหมือนกันครับคุณอุ้ย
จมูกตันหายใจปากผะงาบๆ เป็นปลาทองเกยตื้นทันที 55

ขอบคุณครับ ^^

#2 By Bigp@L on 2010-09-02 23:53

ดูชีวิตลำบากมากเลยนะครับ 555+ สู้ ๆ

ผมเป็นภูมิแพ้เหมือนกัน แต่แพ้พวกอากาศเย็น

#1 By นายอุ๊ย!! on 2010-09-02 21:59