สวัสดีปีงบประมาณ 2554
 
อ่ะๆ อย่าเพิ่งหนีไปไหนไม่ได้เขียนผิด ในงานราชการถือว่าวันที่ 1 ตุลา 
ของทุกปีเป็นวันขึ้นต้นปีงบประมาณใหม่ครับ เพื่อนๆพี่ๆน้องๆหลายๆคนอาจรู้แล้ว - -"
 
 
คุณพ่อผมรับราชการตั้งแต่ผมยังไม่เกิด เป็นอะไรที่นานพอดูเลยทีเดียว
ทำทุกอย่างจนเชียวชาญชำนาญการในสายงาน เพราะไม่เคยเปลี่ยนไปด้านอื่นเลย
ไม่เคยคดโกง ไม่เคยเอ่ยปากขออะไรจากใครก็ตาม มีแต่เค้าขออย่างเดียว
ไม่มีให้ก็เลยอดได้อยู่แต่ตรงนี้ (เฮ้อ....ระบบราชการ) เสี่ยงคุกไงแล้วตรู 555 - -"
ตั้งแต่จำความได้ ตั้งแต่เด็กยันโต
 
ตอนนี้ (เมื่อ 5 ปีที่แล้ว "จะว่าแก่หล่ะสิ ToT") ผมได้เริ่มทำงานกับพ่อ
เพราะว่าซิ่วสอบเอ็นทรานส์ไม่ติด (แหง๋หล่ะก็แบกกีต้าร์ไปเรียนแทนกระเป๋าหนังสือหนิ - -")
ไม่ได้ไปเรียนมหาลัยปิดอย่างใครเขา
และก็อยากช่วยแบ่งเบาภาระส่งเสียเลี้ยงดูตัวเองบ้าง (โอ้ว์ ดูดีขึ้นมาร้อยละ 30 ^^ )
 
(พยายามFoot in mouth)ตั้งใจทำงาน เรียนรู้ระบบงานราชการ เพื่อที่จะเริ่มต้นในสิ่งที่เห็นมาตั้งแต่เด็ก
แต่ก็ไม่อยากทิ้งการเรียนเท่าไหร่มหาลัยเปิดเท่านั้นที่สามารถแบ่งเวลา(อู้)งานไปสอบได้ (แหะๆ)
ทำไปทำมาเพลิดเพลินจนลืมไปว่า งานราชการนี้ เมื่อถึงวัยอันสมควรแล้วก็ต้องมีการ...
 
 
 
"เกษียณอายุราชการ"
 
 
 
 
และคุณพ่อผมก็ถึงวัยนั้นแล้วเช่นกัน ..........
เวลามันผ่านไปเร็วเน๊อะ ผมคิดในใจ 
 
 
 
 
ตอนเข้างานก็เพราะอดีตแฟนผมเค้าเรียนสายอาชีพ
เห็นเค้าทำงานพิเศษมีรายได้เราสายสามัญก็อยากทำมั่ง
แต่ด้วยความอ่อนต่อโลก ไม่รู้หรอกว่าวุฒิ ม.6 มันหางานยากขนาดไหน
ฟาสฟู้สต่างๆ โรงหนังต่างๆ ค้าๆขายๆ เค้าก็เล็งแต่จะจ้างคนที่เรียนสายอาชีพมาทั้งนั้น
ยิ่งหน้าตาเราไม่สู้คนด้วย นิสัยชอบสำรวจพื้นโลก (ก้มหน้าก้มตา)
ใครเค้าจะจ้าง ToT คอตกรับกรรมกันไป (กรรมที่ไม่ตั้งใจเรียน -_-")
คุณอดีต (ขอเรียนอดีตคนรู้ใจนามสั้นๆหน่อยละกัน ขี้เกียจพิมพ์ เอิ๊กๆ)
ก็ให้คำปรึกษา คอยให้กำลังใจ เข้าใจด้วยดี
"หยั่งงี้แหละเรียนสายสามัญ ถ้าเอ็นฯไม่ติดละก็ลำบากเลยหละชีวิต" โห...ดูเค้าพูด ขอบจายยยย
ขณะที่กำลังถอดใจกับการหางานอยู่นั้น
 
"ทำงานกับพ่อมั้ยหล่ะ หล่ะ หล่ะ หล่ะ หล่ะ หล่ะ หล่ะ " (ในความคิดผมมันมีแอคโค่มาเองEmbarassed)
 
ก็ลองไปสัมภาษณ์เป็นคนงานดู วุฒินี้เค้าเปิดรับ โน่นนี่นั่น บลาๆๆๆ
 
ตำแหน่งอะไรไม่สนหล่ะ "ได้งานทำหละว้อยยยยย" ใจคิดอยู่แค่นั้น
 
 
 
สัมภาษณ์ไม่ผ่าน ..................... แป่ว แว่ว แว่ว แว่ว แว่ว แว่ว (แอคโค่มาอีกแระ Foot in mouth)
 
 
กรรมการสอบสัมภาษณ์บอกว่าลักษณะไม่น่าทำงานหนักไหว
(ตำแหน่งที่รับสมัครคือ "พนักงานกวาดถนน")
 
 
ฉึก...... (เสียงมีดแทงใจดำ ไม่ใช่หมูฉึกฉึกน๊ะEmbarassed)
 
โอยอะไรนักหนาเนี่ย จะให้กรูเกาะแม่กินไปจนวันตายเลยรึไงฟร่ะ ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง....
 
ล้มตัวลง ร้องไห้เสียใจน้ำลายฟูมปาก ชูไม้ชูมือ ส่ายสะดือเด้งมาเด้งไป (เกินไป เกินไป)
 
 
ก็มารู้เอาตอนหลังว่าก็ไม่พ้นคุณพ่อผมอยู่ดี บรรยายสรรพคุณผมเป็นยาแก้ปวดก็มิปาน
จะให้ผมไปช่วยพิมพ์หนังสือราชการ ดูแลระบบ เครื่องคอมฯ บนสำนักงาน บลาๆๆๆๆๆ
 
และด้วยคุณพ่อก็มีตำแหน่งในระดับหัวหน้างานเหมือนกัน (แต่ก็ไม่ใหญ่โตอะไรครับ ^^)
กระผมก็เลยได้เข้างานอย่างทุลักทุเลกำลังดี ไม่มากมาย บวกด้วยอาการงงเล็กน้อย
ไหนตอนแรกบอกไม่ได้ แล้วมาอีกวันบอกได้ (พ่อก็ไม่ยอมบอกว่าช่วยอีก)
 
 
 
มารู้ตัวอีกที เพราะใครหล่ะที่ช่วยให้ผมได้เริ่มทำงาน (ช่วยอยากแอบๆซะด้วยนะ ^^)
เพราะใครที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการทำงาน
 
 
 
และตอนนี้ก็คงถึงเวลาที่พ่อจะใช้ชีวิตพักผ่อนสบายๆ ไม่ต้องเหนื่อยกับลูกน้องทั้งหลาย
 
หลากหลายคำพูด คำปรารภ ของพ่อในที่ประชุมหลายครั้งหลายครา
 
หรือแม้แต่หนังสือราชการ แบบงาน แผนงานที่ร่างมาให้ผมพิมพ์
 
ผมตั้งใจฟังตั้งใจอ่านทุกคำเพราะทุกๆคำมีความหมายต่อผมมาก
 
ผมก็ไม่อาจหยั่งรู้ว่าอนาคตผมจะเป็นยังไง แต่ผมว่าการมีประสบการณ์
 
ก็สำคัญในการดำเนินชีวิตเหมือนกัน
 
 
 
 
คงถึงเวลาที่ผมต้องดูแลตัวเองแล้ว
ท่ามกลางคนที่เอ็นดูผม ก็ต้องมีคนคิดตรงข้ามเหมือนกัน
ผมคงห้ามความคิดคนอื่นไม่ได้หรอก ...
 
 
แต่ผมก็จะทำงานในส่วนที่รับผิดชอบอยู่ให้ดีที่สุด 
ใครให้ช่วยทำอะไร ถ้าทำได้ก็รับหมด ยิ้มรับงาน หนักก็จะเอา เบาก็สบายๆ
จะไม่ให้มีใครมาว่าลูกพ่อคนนี้ไม่รับผิดชอบในการงาน หรืออะไรก็แล้วแต่
ที่ทำให้คุณพ่อต้องผิดหวัง ถึงแม้จะน้อยนิดกับสิ่งที่คุณพ่อให้ผมมาทั้งหมด
ถึงเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ผมทำได้ แต่ก็จะตั้งใจทำให้ดีที่สุดครับ
 
 
 
ตอนนี้ผมเรียนจบปริญญาตรีแล้ว และก็รอโอกาสที่จะสอบเป็นข้าราชการเต็มตัว
ก็คงจะเลือกสอบสายงานเดียวกับคุณพ่อ เพราะว่าเรียนรู้มาทั้งชีวิตแล้ว
แต่ก็ใจแป๊วๆ เพราะว่าไม่เคยสอบติดอะไรเลยตั้งแต่เด็ก โอย.....
มัธยมก็โควต้าใกล้บ้าน เตรียมทหารทั้งสี่เหล่าก็ไม่ได้ เอ็นฯก็ไม่ติด
สอบสัมภาษณ์ทำงานก็ไม่ติด (ถ้าไม่มีพ่อ)
เฮ้อ..................... แต่ยังไงก็จะลอง ลุยๆๆๆๆๆๆ
 
 
 
 
 
คุณอดีตก็ไม่ทำตัวให้เป็นอดีตอีก ต้องขอบใจคุณอดีตที่เชียร์ให้ผมทำงาน
แล้วมาบอกเลิก เพราะเหตุผลไม่มีเวลาให้กัน O_o ซะงั้น...
(คนบางคนเหมาะที่จะเป็นแฟนเก่าครับ เป็นเพื่อนไม่ได้หรอก)
เฮ้อ.................เฮ้อ.........................
 
 
 
 
ปล. 27 ตุลาคม วันเกิดคุณพ่อครับ ^^"
 
ดีนะจะบอกให้ใครเกิดเดือนตุลาแล้วทำงานราชการ
เหมือนแถมให้ทำงานอีกหนึ่งปี เกษียณจริงก็อายุ 61 ไม่ใช่ 60 นะ
(ดีหรือไม่ดีหว่า...)
 
 

Comment

Comment:

Tweet